เพียง 2 สัปดาห์ นับตั้งแต่ บาร์เซโลน่า การันตีการจบฤดูกาล 2019-20 ด้วยความล้มเหลวทุกรายการ จากการโดน บาเยิร์น มิวนิค ถล่ม 8-2

จนร่วงตกรอบก่อนรองชนะเลิศ  UEFA  แชมเปี้ยนส์ ลีก ถือว่าทีมอาซูลกราน่า เจอกับช่วงเวลาที่โกลาหลที่สุดครั้งหนึ่งบนหน้าประวัติศาสตร์สโมสรเลยก็ว่าได้
พวกเขาตัดสินใจปลดกุนซือบารมีไม่ถึงอย่าง กีเก้ เซเตียน ออกจากตำแหน่ง ก่อนแต่งตั้งอดีตตำนานกองหลังทีมชาติเนเธอร์แลนด์อย่าง โรนัลด์ คูมัน เข้ามาคุมทีมแทน
ไม่เพียงแต่เปลี่ยนโค้ชเท่านั้น แม้กระทั่ง เอริก อบิดัล ก็โดนเด้งออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการฟุตบอลไปด้วย  ufa1688
ประธานสโมสรอย่าง โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ก็ถูกกดดันจากทุกทางให้ลาออกจากตำแหน่งทันที แม้ว่าการเลือกตั้งประธานครั้งหน้าจะมีขึ้นในเดือนมีนาคม 2021 ก็ตาม
แต่ประเด็นใหญ่ที่สุดที่ช็อควงการกีฬาไปทั่วทั้งจักรวาล ก็คือการที่ ลิโอเนล เมสซี่ แสดงเจตนารมณ์ชัดเจนว่าต้องการย้ายออกจากทีม
___________________________
คืนวันอังคารที่ 25 สิงหาคม 2020 สื่อทั่วโลกรายงานตรงกันว่า ซูเปอร์สตาร์ทีมชาติอาร์เจนตินาได้แจ้งกับสโมสรอย่างเป็นทางการ ว่าเขาขอยกเลิกสัญญากับบาร์ซ่าผ่านทาง “บูโรแฟ็กซ์” โดยต้องการให้มีผลทันที
บูโรแฟ็กซ์ เป็นบริการสื่อสารทางธุรกิจรูปแบบหนึ่งจากทางไปรษณีย์ของสเปน จะมีการระบุวัน-เวลาไว้อย่างชัดเจน และการันตีว่าเอกสารจะถูกส่งถึงผู้รับอย่างปลอดภัยแน่นอน 
เอกสารที่ถูกส่งผ่าน บูโรแฟ็กซ์ ได้รับการยอมรับจากศาลสเปน ว่าสามารถใช้อ้างอิงในทางกฎหมายได้ถ้าหากเกิดกรณีพิพาท นั่นหมายความว่า เมสซี่ ไม่ได้ขู่ย้ายทีมเล่นๆ แต่เขาพร้อมไปจากสโมสรที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยมานานถึง 19 ปีตั้งแต่ยังเป็นนักฟุตบอลเยาวชนจริงๆ
หลังจากข่าวนี้ถูกตีแผ่ออกไปทั่วโลกช่วงกลางดึกคืนวันอังคาร สาวกบาร์ซ่าก็ออกมารวมตัวประท้วงบอร์ดบริหารกันหน้าสนาม คัมป์ นู ทันที เพราะการที่นักเตะที่ดีที่สุดเท่าที่ บาร์ซ่า เคยมีมาไม่ต้องการอยู่กับทีมต่อ มันบ่งบอกทุกอย่างแล้ว ว่าพวกฝ่ายบริหารทำงานกันได้อย่างเละเทะแค่ไหน

ลิโอเนล เมสซี่ ต่อสัญญากับ เจ้าบุญทุ่ม ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2017 โดยสัญญาจะหมดลงหลังจบฤดูกาล 2020-21 พร้อมด้วยค่าฉีกสัญญามูลค่ามหาศาลถึง 700 ล้านยูโร
เงื่อนไขหนึ่งในสัญญาฉบับล่าสุดที่เซ็นกัน มีการระบุว่า เมสซี่ มีสิทธิ์ที่จะขอยกเลิกสัญญากับสโมสรได้หลังจากจบฤดูกาล 2019-20 และถ้าหากเขาเลือกที่จะทำเช่นนั้น สโมสรจะต้องปล่อยให้กัปตันทีมชาวอาร์เจนไตน์ย้ายออกไปแบบฟรีๆ
ยังไงก็ตาม ถ้า เมสซี่ มีความประสงค์จะยกเลิกสัญญาจริงๆ เขาต้องแจ้งกับสโมสรเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนวันที่ 10 มิถุนายน 2020 เท่านั้น
แต่เนื่องจากปีนี้มันมีสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดเกิดขึ้น นั่นคือการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ทำให้กิจกรรมทางด้านกีฬาต้องหยุดชะงักลงไปไม่น้อยกว่า 3 เดือน 
นั่นหมายความว่าขอบเขตของเวลาที่ เมสซี่ มีสิทธิ์แจ้งยกเลิกสัญญา ก็ควรได้รับการขยายออกไปด้วย
 Program  ลา ลีกา นัดสุดท้ายของบาร์ซ่า Season  2019-20 คือการบุกเยือน เดปอร์ติโบ อลาเบส เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ขณะที่นัดสุดท้ายที่ลงสนามจริงๆ อย่างการโดน บาเยิร์น ถล่ม 8-2 ใน แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็แข่งกันวันที่ 14 สิงหาคม 
เพราะฉะนั้นทางฝั่งเมสซี่ก็มองว่า มันไม่สมเหตุสมผลเลย ถ้าทางเจ้าบุญทุ่มจะยืนยันว่าเขาไม่มีสิทธิ์ใช้ออปชั่นยกเลิกสัญญากับสโมสรก่อนจะเข้าสู่ฤดูกาลสุดท้ายกับทีม
ส่วนทางฝั่งบาร์ซ่าก็มองว่า ในเมื่อรายละเอียดในสัญญาระบุวัน-เวลาไว้ชัดเจน และมันครบกำหนดมาแล้ว เรื่องอะไรที่จะมายอมเสียนักเตะที่เก่งที่สุดของทีมออกไปแบบฟรีๆ ขณะนี้ด้วยวะ?
ใช่! โคโรน่าไวรัส ทำให้ฤดูกาลเก่ามันจบช้าลง แต่มันก็ทำให้สโมสรมีเวลาในการหาตัวตายพาร์ทเนอร์สั้นลงจากปกติด้วยเช่นกัน ทำไมคุณไม่เห็นใจทีมที่จ่ายค่าจ้างคุณมาตลอดบ้างล่ะ?
___________________________
รายงานข่าวจากสื่อสเปนหลายสำนักบอกว่า โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ประธานบาร์ซ่าคนทุกวันนี้ถึงกับยอมยื่นเงื่อนไขพลีชีพเลยว่า ถ้าหาก เมสซี่ ยอมอยู่กับทีมต่อ เขาพร้อมลาออกจากตำแหน่งประธานเลยก็ได้
แต่ แคท เรดิโอ หรือสถานีวิทยุของแคว้นกาตาลุนญ่า รายงานว่า ณ เวลานี้ สตาร์เจ้าของเสื้อเบอร์ 10 ทีมอาซูลกราน่า ไม่สนใจแล้วว่า บาร์โตเมว จะอยู่หรือไป แต่ตัวเขาตัดสินใจไปแล้วว่าต้องการย้ายออกจากสโมสรที่เขามองไม่เห็นอนาคต
ปัญหาของ เมสซี่ ในถิ่น คัมป์ นู ขณะนี้มันไม่ใช่แค่ประเด็นกับตัวการใหญ่อย่าง บาร์โตเมว คนเดียว แต่มันคือเรื่องของความไม่พอใจในทุกๆ สิ่งที่ค่อยๆ สะสมมาตั้งแต่สโมสรปล่อยให้ เนย์มาร์ ย้ายออกไปตั้งแต่ปี 2017 แล้วต่างหาก
สโมสรขาดความพยายามที่จะดึงตัวซูเปอร์สตาร์ค่าตัวแพงที่สุดในโลกกลับมาอยู่กับทีมอีกครั้ง แต่กลับเอาเงินมหาศาลไปทุ่มให้กับนักเตะที่ซื้อมาแล้วไม่เคยคุ้มค่าอย่าง อุสมาน เดมเบเล่, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ มาจนถึง อองตวน กรีซมันน์
สโมสรตัดสินใจปลดโค้ชที่ให้ เมสซี่ มีอิสระในการเล่นเต็มที่อย่าง เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ แล้วแทนที่ด้วยกุนซือที่ไม่มีอะไรดีกว่าอย่าง กีเก้ เซเตียน จนผลงานห่วยแตกยิ่งกว่าเดิม
สโมสรเปลี่ยนกุนซือมาเป็น โรนัลด์ คูมัน ที่ยืนยันชัดเจนว่าไม่ต้องการทำทีมโดยที่ เมสซี่ ยังคงเป็นอภิสิทธิ์ชน แม้ว่าสตาร์วัย 33 ปีจะยังเป็นผู้เล่นที่สำคัญที่สุดเช่นเคย ภายใต้การคุมทัพของกุนซือชาวดัตช์ก็ตาม 
การที่ คูมัน แจ้งกับเพื่อนสนิทที่สุดในทีมอย่าง หลุยส์ ซัวเรซ ว่าไม่อยู่ในแผนการทำทัพของเขา แทบจะไม่ต่างอะไรกับฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ เมสซี่ ไม่อยากอยู่ช่วยทีมในยุคของกุนซือคนใหม่อีกต่อไป
___________________________
ในวัย 33 ปี ลิโอเนล เมสซี่ ยังคงเป็นหนึ่งในนักเตะตัวรุกที่ดีที่สุดในโลก 
 Stats กล่าวว่าผลงานใน ลา ลีกา ฤดูกาลที่ผ่านมา เขาเหนือกว่านักเตะ “ตัวท็อป” ของ Premier League ซีซั่น 2019-20 แทบทั้งหมด
เขายิงไปทั้งหมด 25 ประตู มากกว่าดาวซัลโวอย่าง เจมี่ วาร์ดี้ ที่กดไป 23 ลูก
เขาทำแอสซิสต์ไป 21 ครั้ง มากกว่า เควิน เดอ บรอยน์ ที่จ่ายให้เพื่อนยิงเป็น Stats ร่วมตลอดกาลของ Premier League  20 ลูกเสียอีก
เขาสร้างโอกาสเฉลี่ยต่อเกมนัดละ 2.7 ครั้ง มากกว่าจอมทัพตัวแบกของ ปีศาจแดง ที่ทำได้นัดละ 2.1 หน
แต่มันก็ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่า ต่อให้ เมสซี่ ยืนยันชัดเจนว่าอยากย้ายออกจากทีมที่พัฒนาเขาจากดาวรุ่งขึ้นมาเป็นผู้เล่นที่เก่งที่สุดของโลกในวันนี้ ก็ใช่ว่าจะมีทีมไหนเอาตัวเขาไปได้ง่ายๆ
แค่เรื่องความหวังว่าจะย้ายออกมาได้ฟรีๆ คงต้องขึ้นโรงขึ้นศาล และฟันธงว่าการสู้คดีมันคงต้องเป็น “มหากาพย์” ไปอีกนานพอสมควร
และผมก็ไม่เชื่อว่าจะมีสโมสรไหนพร้อมจ่ายค่าฉีกสัญญามูลค่า 700 ล้านยูโรอย่างที่ บาร์ซ่า ต้องการ ในปีที่ทั่วทั้งโลกเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจจากโควิด-19
และความเป็นจริงก็คือมีเพียงไม่กี่ทีมในจักรวาลนี้ ที่มีศักยภาพมากพอจะจ่ายค่าเหนื่อยระดับอาทิตย์ละเกือบๆ 1 ล้านยูโรให้กับเขาได้ 
.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *